
เคยไหม ขับรถแห่รับงานบุญงานรื่นเริงทั้งทีแต่ต้องมาสะดุดเพราะปัญหาต่าง ๆ ทำให้เจ้าภาพนิ่วคิ้วขมวดกันไป ซึ่งรู้กันไหมว่าหนึ่งในสาเหตุเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะระบบไฟแต่เกิดขึ้นได้ยังไง ESB Battery จะพาไปไขความลับพร้อมเจาะลึกเคล็ดลับพร้อมวิธีเลือกใช้แบตเตอรี่ให้ตอบโจทย์เครื่องเสียงชุดใหญ่ พร้อมเปลี่ยนรถของคุณให้เสียงกระหึ่ม จัดเต็มได้แบบไม่มีสะดุดกันดีกว่า

เชื่อว่าคนขับรถแห่หลายคนคงเคยผ่านประสบการณ์เหงื่อตกหน้างานกันมาบ้างแล้ว ซึ่งสาเหตุหลักมักมาจากแบตเตอรี่ที่จ่ายกระแสไฟได้ไม่แรงพอที่จะจ่ายไฟให้ระบบทั้งหมดที่ติดตั้งมาแต่เดิมและติดตั้งใหม่ ทำให้เกิดอาการไฟกระชากจนระบบรวนทั้งคัน สิ่งที่น่ากลัวคืออาการเหล่านี้มักจะไม่บอกล่วงหน้า แต่จะแสดงอาการออกมา เช่น
เนื่องจากปัญหาเหล่านี้นี่เองทำให้ต้องมีการหากำลังไฟมาเสริมไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั่นไฟ หรือ ใช้แบตเตอรี่จำนวนหลายลูกมากขึ้นเพื่อรองรับการจ่ายไฟที่สูงขึ้น โดย ESB จะพาไปเข้าใจวิธีการใช้แบตเตอรี่หลายลูก
สำหรับการใช้แบตเตอรี่รถยนต์ทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อการดึงกระแสไฟมหาศาล (Deep Discharge) ในระยะเวลาสั้นๆ ต่อเนื่องกัน ยิ่งรถแห่ที่ติดตั้งเพาเวอร์แอมป์คลาสดี (Class D) หลายตัว การดึงไฟจะรุนแรงเกินกว่าที่ไดชาร์จและแบตเตอรี่ลูกเดียวจะรับไหว
การแยกโซนจ่ายไฟและเพิ่มแบตเตอรี่เข้าไปในระบบจึงเป็นวิธีที่ขาดไม่ได้ พลังงานสำรองเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นตัวเก็บประจุขนาดใหญ่ คอยจ่ายไฟชดเชยให้เครื่องเสียงทันทีที่ต้องการ ทำให้มิติเสียงแน่น กระชับ และช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด

จำนวนแบตเตอรี่รถแห่นั้น ไม่มีจำนวนที่ชัดเจนโดยขึ้นอยู่กับสเกลของเครื่องเสียงและกำลังไฟรวมทั้งหมดเป็นหลัก หากเป็นรถกระบะคอกซิ่งไซส์มาตรฐานที่มีชุดเครื่องเสียงระดับกลาง การใช้แบตเตอรี่ประมาณ 2-3 ลูกก็ถือว่าเพียงพอที่จะช่วยซัพพอร์ตให้เสียงแน่นตึ้บ เปิดได้ยาวๆ ตลอดงาน
แต่สำหรับสายประกวดหรือรถหกล้อสิบล้อที่จัดเต็มด้วยตู้ลำโพงแบบมโหฬาร จำนวนแบตเตอรี่รถแห่อาจต้องขยับเพิ่มขึ้นไปถึง 6-10 ลูกเลยทีเดียว โดยแนะนำให้คำนวณจากค่าการกินกระแสสูงสุด (Max Current Draw) ของแอมป์ทั้งหมด เพื่อหาความจุที่เหมาะสมและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาไฟตกกลางคัน
เมื่อคำนวณจนรู้แล้วว่าต้องใช้แบตเตอรี่กี่ลูกถึงจะเอาอยู่ ลำดับต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันการแบ่งโซนจ่ายไฟให้เป็นระเบียบ เพราะหากไม่จัดการตรงนี้ตั้งแต่แรกอาจะทำให้เกิดการดึงกระแสไฟข้ามระบบจนแผงวงจรพังเสียหาย หรือทำให้ไดชาร์จทำงานหนักจนไหม้ได้ โดยเราจะแบ่งออกเป็น 3 โซน
แบตเตอรี่ลูกนี้เอาไว้สำหรับสตาร์ทรถและจ่ายไฟให้ระบบพื้นฐานของตัวรถโดยเฉพาะครับ การแยกโซนนี้ออกมาให้ขาดจากเครื่องเสียงบนรถแห่จะช่วยป้องกันปัญหาไฟหมดเกลี้ยง ทำให้เรามั่นใจได้ว่าถึงจะจอดเปิดเพลงนานแค่ไหน รถก็ยังสตาร์ทติดและขับกลับบ้านได้สบายๆ
ส่วนสเปคของแบตเตอรี่โซนนี้ ใช้ขนาดเดิมที่ติดมากับรถ หรือเพิ่มค่ากำลังสตาร์ท (CCA) อีกนิดหน่อยก็พอครับ แต่เคล็ดลับสำคัญที่ช่างแนะนำคือ ต้องติดตัวแยกแบตเตอรี่ (Battery Isolator) เพื่อให้ไดชาร์จส่งไฟเข้าแบตได้ตามปกติ แต่กันไม่ให้เครื่องเสียงมาแย่งดึงไฟจากลูกนี้ไปใช้

โซนนี้คือแหล่งจ่ายไฟหลักสำหรับชุดเครื่องเสียงบนรถแห่โดยเฉพาะครับ โดยปกติจะใช้แบตเตอรี่หลายลูกมาต่อพ่วงกันเพื่อเพิ่มความจุให้พอจ่ายไฟเลี้ยงเพาเวอร์แอมป์ทุกตัว ซึ่งถ้าเราเลือกแบตเตอรี่ที่อึด ทน และจ่ายไฟได้ไว ก็จะช่วยให้ขับพลังเสียงออกมาได้เต็มที่ เบสแน่นไม่มีสะดุด
เทคนิคการเดินระบบไฟในโซนนี้ ต้องเน้นความชัวร์และปลอดภัยเป็นหลักครับ เพราะเป็นจุดที่มีกระแสไฟไหลเวียนสูงมาก ช่างเครื่องเสียงจึงมักจะมีข้อควรระวังในการติดตั้งดังนี้ครับ

นอกจากเรื่องเสียงแล้ว ระบบแสงสีบนรถแห่ก็กินไฟไม่ใช่น้อย โซนนี้เลยต้องแยกไว้สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์เสริมอื่นๆ บนรถโดยเฉพาะครับ ไม่ว่าจะเป็นไฟพาร์ ไฟเลเซอร์ จอ LED หรือแม้แต่พัดลมของนักดนตรี เพื่อให้กระแสไฟนิ่งและเสถียรที่สุด
การแยกแบตเตอรี่ให้ระบบแสงสีออกมาต่างหากแบบนี้ จะช่วยแก้ปัญหาหน้าปัดรถหรือไฟกระพริบตามจังหวะเบสได้แบบชะงัดเลยครับ แถมยังช่วยถนอมแผงวงจรของหลอดไฟ LED ไม่ให้พังไวเพราะไฟตก ทำให้ระบบไฟฟ้าบนรถทำงานได้ยาวๆ ตลอดงาน
ถึงแม้การเพิ่มแบตเตอรี่จะช่วยแก้ปัญหาไฟตกได้ชะงัด แต่เมื่อกระแสไฟมหาศาลไหลรวมกันในระบบของรถแห่ ความร้อนที่เกิดขึ้นสามารถทำให้สายไฟละลายหรือเกิดอันตรายถึงขั้นไฟไหม้รถได้เลยทีเดียวเพื่อความปลอดภัยสูงสุด คนขับและช่างติดตั้งต้องให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ส่วนควบอย่างเคร่งครัด ซึ่งข้อควรระวังหลัก ๆ ที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดเวลาพ่วงแบตเตอรี่หลายลูก มีดังนี้ครับ
การทำระบบไฟรถแห่ให้จบและใช้งานได้ยาวนาน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกแบตเตอรี่ที่มีความอึดและจ่ายไฟได้เสถียรจริงๆ ครับ เพราะต่อให้เราแบ่งโซนไฟมาดีแค่ไหน แต่ถ้าตัวแบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่หรือจ่ายกระแสไฟไม่ทันเวลาอัดเบสหนักๆ สุดท้ายระบบเครื่องเสียงก็จะรวนและพาให้งานสะดุดอยู่ดี
สำหรับใครที่กำลังวางแผนอัปเกรดระบบไฟหรือมองหาแบตเตอรี่ลูกใหม่ ESB Battery ถือเป็นตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการดึงไฟหนักๆ ของเครื่องเสียงโดยเฉพาะ ช่วยให้กระแสไฟนิ่ง เสียงเบสแน่นกระชับ ไม่ต้องคอยกังวลปัญหาจุกจิกหน้างาน

[Q&A]
Q: แบตเตอรี่รถแห่ต้องใช้กี่ลูก
A: ขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องเสียง ถ้าเป็นกระบะทั่วไปจะใช้ประมาณ 2-3 ลูกก็เอาอยู่ ส่วนรถบรรทุกคันใหญ่ที่เครื่องเสียงจัดเต็มอาจต้องใช้ 6-10 ลูก เพื่อให้มีไฟพอเลี้ยงระบบทั้งหมดครับ
Q: ถ้าใช้แบตหลายลูก ต้องเปลี่ยน ไดชาร์จ (Alternator) ใหม่ด้วยไหม?
A: ต้องเปลี่ยน เพราะไดชาร์จติดรถเดิมๆ ผลิตไฟไม่ทัน ควรเปลี่ยนให้แอมป์สูงขึ้นเพื่อชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่หลายลูกc]t ป้องกันแบตเตอรี่เสื่อมสภาพไว
Q: จุดสังเกตุว่าแบตเตอรี่รถแห่เริ่มไม่ไหวแล้ว ต้องเปลี่ยน?
A: ให้สังเกตจากเสียงเบสที่เริ่มเบลอ มิติเสียงแคบลงไม่พุ่งเหมือนเดิม ไฟหน้ารถหรือหน้าปัดกระพริบตามจังหวะเพลง หรือรถเริ่มสตาร์ทติดยากหลังจากจอดเปิดเครื่องเสียงทิ้งไว้ค
Q: ต่อแบตเตอรี่หลายลูก สามารถเอาแบตเก่าผสมแบตใหม่ หรือแอมป์ไม่เท่ากันมาต่อรวมกันได้ไหม?
A: ไม่แนะนำเด็ดขาดครับ! เพราะแบตเตอรี่ลูกที่แรงกว่าจะพยายามชาร์จไฟให้ลูกที่อ่อนกว่าอยู่ตลอดเวลา ทำให้ระบบรวนและพังไวกันทั้งแผง ควรใช้สเปคเดียวกันและล็อตเดียวกันดีที่สุด
